หน้าแรกข่าวสารบทความน่ารู้เว็บลิงค์ดาวน์โหลดเว็บบอร์ดสมุดเยี่ยมชมห้องภาพติดต่อเรา
ยินดีต้อนรับ
สมาชิกใหม่วันที่
มิน10:6:2557
อูู๋10:2:2557
ซิดดิก25:7:2557
ย๊ะห์26:5:2557
ดิยาอ์21:5:2557
เมท21:5:2557
อุ้ม21:5:2557
อาฟันดี้16:5:2557
ซันบียะห์16:5:2557
fon5:2:2557
สมาชิกเข้าระบบ
ยูสเซอร์เนม :
รหัสผ่าน :
 

ลืมรหัสผ่าน  |   สมาชิกใหม่

ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน
บุคลากรและองค์กร
งานวิชาการ
รายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียน
มุมศาสนา

ปฏิทินกิจกรรม โรงเรียนท่าอิฐ
October 2014
S M T W T F S
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
             
นักเรียนอยากให้เว็บไซต์ของโรงเรียนปรับปรุงเรื่องไหนมากที่สุด (17408)
ข่าวสารกิจกรรมภายในโรงเรียน (3046)
17.50%
ภาพกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน (3826)
21.98%
บทความน่ารู้ทางวิชาการศาสนา(2436)
13.99%
บทความน่ารู้ทางวิชาการทั่วไป (3151)
18.10%
เว็บบอร์ด (2529)
14.53%
อื่นๆ (2420)
13.90%
มีอีก>>
นักเรียนอยากให้โรงเรียน ปรับปรุงเรื่องไหนมากที่สุด (11856)
ความสะอาด (2637)
22.24%
ระบบการเรียนการสอน (2476)
20.88%
การบริการ อำนวยความสะดวก(2406)
20.29%
การปรับปรุงอาคารเรียน (2120)
17.88%
อื่นๆ (2217)
18.70%
มีอีก>>
ระเบียบโรงเรียน

ระเบียบโรงเรียนท่าอิฐศึกษา

ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

ช่วงชั้นที่ 1 ( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ) ช่วงชั้นที่ 2 ( ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 )

และช่วงชั้นที่ 4 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 )

***************************************

 

โดยที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศให้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ วก 1166/2544 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2544 และกำหนดให้สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาจะต้องจัดทำหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกันและเป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพื่อให้การดำเนินงานของโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเรียบร้อยตรงตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนท่าอิฐศึกษา ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544      ช่วงชั้นที่ 1 ( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 )     ช่วงชั้นที่ 2 ( ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 )      และช่วงชั้นที่ 4

(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ) พ.ศ.2547 ”

ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2546

ในระดับชั้น ป.1 , ม.1 , ม.2 ,ม.4 และ ม.5 ปีการศึกษา 2547 และในทุกระดับชั้น ปีการศึกษา 2548 เป็นต้นไป

ข้อ 3. ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

 ช่วงชั้นที่ 1 ( ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ) ช่วงชั้นที่ 2 ( ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ) และช่วงชั้นที่ 4 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ) พ.ศ.2547 ”

ข้อ 4. ให้หัวหน้าสถานศึกษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

 

หมวดที่  1

หลักการในการวัดและประเมินผลการเรียน

 

ข้อ 5.  ให้สถานศึกษามีหน้าที่วัดผลประเมินผล ตัดสิน และอนุมัติผลการเรียนทุกระดับชั้น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาในเรื่องของเกณฑ์และแนวดำเนินการประเมินผลการเรียน

ข้อ 6.  การวัดผลประเมินผลการเรียนต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตร

ข้อ 7.  การวัดผลประเมินผลการเรียนต้องประกอบด้วย การวัดผลประเมินผลเพื่อปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน ปรับปรุงการเรียนการสอนและวัดประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน

ข้อ 8.  การวัดผลประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการเรียนการสอน ต้องดำเนินการด้วยวิธีที่หลากหลายเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติของวิชา และธรรมชาติของผู้เรียน

ข้อ 9.  จัดให้มีการวัดประเมินผลผู้เรียนในด้านต่าง ๆ ดังนี้

           9.1   วัดผลประเมินผลการเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้

           9.2    วัดและประเมินผลความสามารถของผู้เรียนในการอ่าน คิด  วิเคราะห์   และเขียนสื่อความในแต่ละช่วงชั้น

           9.3   วัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น

           9.4   วัดและประเมินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่กำหนดตามหลักสูตร

 ข้อ 10.  การวัดผลประเมินต้องมีหลักฐานชัดเจน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้

 ข้อ 11. ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและการศึกษาในรูปแบบต่างๆ

 

หมวดที่  2

วิธีการประเมินผลการเรียน

 

 ข้อ 12.  การวัดผลประเมินผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

           12.1 ให้มีการวัดผลประเมินผลเป็นรายวิชา โดยแจ้งให้ผู้เรียนทราบเกี่ยวกับมาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ และวิธีการวัดประเมินผล ก่อนทำการสอน

           12.2 ให้มีการวัดผลประเมินผลก่อนเรียนทุกรายวิชา

           12.3  การวัดผลประเมินผลต้องครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ  กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์

           12.4  การวัดและประเมินผลต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย เป็นการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง เน้นการปฏิบัติ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปในกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน

           12.5  ให้มีการวัดผลประเมินผลระหว่างปี/ภาคเรียน โดยให้ดำเนินการใน 3 ส่วน ดังนี้

                    12.5.1 ให้มีการวัดและประเมินผลระหว่างเรียนเป็นระยะ เพื่อประเมินพัฒนาการของผู้เรียน และเพื่อเก็บคะแนนผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่สำคัญ ถ้าพบว่าผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ของผลการเรียนรู้ที่คาดหวังใด ให้ผู้สอนวินิจฉัยข้อบกพร่องของการเรียนรู้ และซ่อมเสริมจนนักเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อใดที่มีการเก็บคะแนนหลังจากซ่อมเสริมจนผ่านเกณฑ์แล้ว ให้ได้คะแนนไม่เกินครึ่งหนึ่งของคะแนนในข้อนั้น ทั้งนี้จะเก็บคะแนนผลการเรียนรู้ที่คาดหวังข้อใด มีเกณฑ์ และวิธีการเก็บคะแนนอย่างไร ให้เป็นไปตามแผนการวัดผลประเมินผลของแต่ละรายวิชาที่จัดทำไว้

                    12.5.2 ให้สถานศึกษาจัดให้มีการสอบกลางปีสำหรับช่วงชั้นที่ 1 และ 3

                    12.5.3 ในแต่ละรายวิชาต้องมีการประเมินคุณลักษณะด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ตามที่ระบุไว้ในผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง โดยมีการประเมินตลอดปีการศึกษา หากพบว่าผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ต้องจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีการพัฒนาขึ้นจนผ่านเกณฑ์12.6 ให้มีการวัดผลประเมินผลปลายปี / ปลายภาคเรียน เพื่อตรวจสอบผลการเรียนโดยวัดให้ครอบคลุมผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่สำคัญ

            12.7 การตัดสินผลการเรียนรู้ ให้นำคะแนนระหว่างปี/ภาคเรียนรวมกับคะแนนปลายปี/ภาคเรียน ตามอัตราส่วนที่กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษากำหนด แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นระดับผลการเรียน

            12.8 ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังนี้

                     4     หมายถึง  ผลการเรียนดีเยี่ยม

                     3.5  หมายถึง  ผลการเรียนดีมาก

                     3     หมายถึง  ผลการเรียนดี

                     2.5   หมายถึง  ผลการเรียนค่อนข้างดี

                        2      หมายถึง  ผลการเรียนน่าพอใจ

                        1.5   หมายถึง  ผลการเรียนพอใช้

                        1      หมายถึง  ผลการเรียนเกณฑ์ขั้นต่ำ

                        0      หมายถึง  ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์

          12.9  ให้ใช้อักษรแสดงผลการเรียนที่มีเงื่อนไข ในแต่ละรายวิชาดังนี้

                              หมายถึง  รอการตัดสินหรือยังตัดสินไม่ได้

                        มส   หมายถึง  ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินปลายปีสำหรับช่วงชั้นที่ 1 , 3 และปลายภาคสำหรับช่วงชั้นที่ 4

                     ประเมินให้ระดับผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค ตามเกณฑ์การประเมินให้ระดับผลการเรียนตามที่สถานศึกษากำหนด

                      กรณีที่ผู้เรียนมีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดให้ดำเนินการซ่อมเสริม ปรับปรุงแก้ไขผู้เรียน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค ที่ได้ระดับผลการเรียนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ โดยให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาคที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ จนผู้เรียนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินผลการเรียนที่คาดหวัง รายปีหรือรายภาค ครบทุกสาระการเรียนรู้  ทั้งนี้ สถานศึกษาควรดำเนินงานให้เสร็จสิ้นในภาคเรียนต่อไป และให้ระดับผลการเรียนใหม่ตามเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด

                      การตัดสินผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ช่วงชั้น

                      ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ครบทุกรายวิชา ตลอดจนช่วงชั้น ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 และหลักสูตรอิสลามศึกษา พ.ศ. 2546  และได้รับการตัดสินผลการเรียนให้ “ผ่าน” ทุกรายวิชา จะถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้ช่วงชั้น

ข้อ 13.  การวัดและประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนสื่อความ ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

            13.1 ให้ผู้สอนทุกรายวิชาเป็นผู้ประเมิน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

            13.2 ให้มีการประเมินเป็นระยะเพื่อพัฒนาปรับปรุงผู้เรียน และประเมินเมื่อสิ้นปี/ภาคเรียน เพื่อพิจารณาการผ่านเกณฑ์

            13.3 ให้ใช้อักษรแสดงผลการประเมิน ดังนี้

                            หมายถึง   ผ่านเกณฑ์การประเมิน

                      มผ    หมายถึง  ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

        13.4  ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ดำเนินการซ่อมเสริม ปรับปรุง แก้ไข ในส่วนที่ไม่ผ่านการประเมิน

ข้อ 14.  การวัดและประเมินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

            14.1 ให้ผู้รับผิดชอบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นผู้วัดและประเมินผล ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

             14.2 ให้มีการวัดและประเมินผู้เรียนตามจุดประสงค์ของกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาปรับปรุงผู้เรียน และประเมินเมื่อสิ้นปี/ภาคเรียน เพื่อพิจารณาการผ่านเกณฑ์

              14.3 ให้ใช้อักษรแสดงผลการประเมิน ดังนี้

                            หมายถึง   ผ่านเกณฑ์การประเมิน

                       มผ   หมายถึง  ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

              14.4  ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ดำเนินการซ่อมเสริม ปรับปรุง แก้ไข ในส่วนที่ไม่ผ่านการประเมิน

ข้อ 15.  การวัดและประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

            15.1 ให้ผู้สอนทุกรายวิชาเป็นผู้ประเมิน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

            15.2 ให้มีการประเมินเป็นระยะเพื่อพัฒนาปรับปรุงผู้เรียน และประเมินเมื่อสิ้นปี/ภาคเรียน เพื่อพิจารณาการผ่านเกณฑ์

            15.3 ให้ใช้อักษรแสดงผลการประเมิน ดังนี้

                         หมายถึง   ผ่านเกณฑ์การประเมิน

                    มผ   หมายถึง  ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

             15.4  ในกรณีที่นักเรียนไม่ผ่านการประเมิน ให้ดำเนินการเข้ารับการอบรมและปฏิบัติคุณความดีชดเชยตามแนวทางที่โรงเรียนกำหนด

 

หมวดที่  3

การตัดสินผลการเรียน

 

ข้อ 16.  การตัดสินผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

           16.1 พิจารณาตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา

           16.2 วัดผลปลายปี/ภาคเรียน เฉพาะผู้ที่เวลาเรียนตลอดปี/ภาคเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ยกเว้นในกรณีที่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และมีเหตุจำเป็น ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาในการพิจารณาอนุญาต

           16.3 ผู้เรียนที่มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าวัดผลปลายปี/ภาคเรียน ให้ได้ผลการเรียน “มส”

           16.4 ผู้เรียนที่ไม่ได้รับการวัดผลปลายปี/ปลายภาคเรียน ให้ได้ผลการเรียน “”

           16.5 ผู้เรียนที่ทุจริตในการสอบหรือทุจริตในงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำในรายวิชาใด ครั้งใดก็ตาม ให้ได้คะแนน 0 ในครั้งนั้น

           16.6 การประเมินผลการร่วมกิจกรรม พิจารณาจากการร่วมกิจกรรมครบร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด และผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ผลการเรียน “” ถ้าเวลาเรียนไม่ครบร้อยละ 80 และ/หรือ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ผลการเรียน “มผ”

           16.7 การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ และการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเมินโดยเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ถ้าผ่านเกณฑ์ให้ได้ผลการประเมิน “” ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินให้ได้ผลการประเมิน “มผ”

ข้อ 17. การเปลี่ยนระดับผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

          17.1 การเปลี่ยนระดับผลการเรียน “0” ให้สถานศึกษาจัดสอนซ่อมเสริมในผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ผู้เรียนไม่ผ่าน แล้วจึงจัดสอบแก้ตัว และให้สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนถัดไป ถ้าผู้เรียนยังไม่มาดำเนินการติดต่อขอแก้ตัวตามระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนด หรือยังดำเนินการไม่เรียบร้อยโดยมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษา ขยายเวลาออกไปได้แต่ไม่เกินอีก 1 ภาคเรียน

                การสอบแก้ตัวให้ได้ระดับผลการเรียนที่ไม่เกิน “1” ถ้าสอบแก้ตัวแล้วยังได้รับผลการเรียน “0” อีก ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำในรายวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาให้เรียนซ้ำ หรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ หรือไม่ต้องสอบแก้ตัวแล้วแต่กรณี ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในหลักฐานแสดงผลการเรียนด้วยว่าเรียนแทนรายวิชาใด

           17.2 การเปลี่ยนผลการเรียน “” แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

                  17.2.1 กรณีได้ผลการเรียน “” เพราะเหตุสุดวิสัย เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบปลายปี/ปลายภาคเรียนแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ คือ ตั้งแต่ 0 - 4

                  17.2.2 กรณีได้ผลการเรียน “” โดยไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เมื่อผู้เรียนได้เข้าสอบปลายปี/ปลายภาคเรียนแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียน 0 หรือ 1

            17.3 การเปลี่ยนผลการเรียน “มส” แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

                   17.3.1  กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน  “มส”  เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ  80  ของเวลาเรียนทั้งหมด  แต่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ  60  ของเวลาเรียนทั้งหมด  ให้สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียนเรียนเพิ่มเติม  โดยใช้คาบสอนซ่อมเสริม  หรือเวลาว่าง  หรือวันหยุด  หรือมอบหมายงานให้ศึกษาด้วยตนเอง  จนมีเวลาเรียนครบร้อยละ  80 ของเวลาเรียนทั้งหมด  แล้วจึงให้สอบเป็นกรณีพิเศษ  ผลการสอบแก้  “มส”  ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน  “1”  หากได้ผลการเรียน  “0”  ให้ดำเนินการแก้  “0”  ตามระเบียบนี้

                     การแก้  “มส”  ในกรณีนี้  ให้ดำเนินการได้ไม่เกิน  2  ครั้ง  ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนถัดไป  โดยต้องดำเนินการครั้งที่  1  ให้เสร็จสิ้นภายใน  1  เดือนหลังจากเปิดภาคเรียน  ถ้าผู้เรียนยังไม่มาดำเนินการติดต่อขอแก้ตัวตามระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนด  หรือยังดำเนินการไม่เรียบร้อยโดยมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาขยายเวลาออกไปได้แต่ไม่เกินอีก  1  ภาคเรียน

17.3.2  กรณีนักเรียนได้ผลการเรียน  “มส”  เพราะเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ  60  ของเวลาเรียนทั้งหมด  ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำในรายวิชานั้น  ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาให้เรียนซ้ำในรายวิชานั้น  หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่แล้วแต่กรณี  ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ให้หมายเหตุในหลักฐานแสดงผลการเรียนด้วยว่าเรียนแทนรายวิชาใด

                          17.4  การเรียนซ้ำให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาที่จะกำหนดช่วงเวลาในการเรียนซ้ำให้เหมาะสม  และต้องประเมินผลการเรียนตามที่ระเบียบนี้กำหนดไว้

การเรียนซ้ำจะได้ระดับผลการเรียนตามข้อ 17.3

  17.5 การเปลี่ยนผลการเรียน “ มผ ” เป็น “” ให้ผู้เรียนทำกิจกรรมเสริม แล้วจึงประเมินผลว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ โดยให้ผลการเรียนได้ไม่เกิน “” ระยะเวลาในการแก้ “ มผ ” ให้ดำเนินการได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนถัดไป ถ้าผู้เรียนยังไม่มาดำเนินการติดต่อขอแก้ตัวตามระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนด หรือยังดำเนินการไม่เรียบร้อยโดยมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาขยายเวลาออกไปได้ไม่เกินอีก 1 ภาคเรียน

ข้อ 18. การอนุมัติการจบหลักสูตร

           18.1 ผู้เรียนจะได้รับการพิจารณาอนุมัติ ให้จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ช่วงชั้นที่ 1 , 3 และ 4 ได้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

                   18.1.1 ทุกรายวิชาที่เรียนต้องได้รับการประเมินผล ( ไม่มี “” , “ มส ” )

                   18.1.2 ต้องเรียนวิชาพื้นฐานครบทุกรายวิชาและเรียนวิชาเพิ่มตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ตามโครงสร้างหลักสูตรที่สถานศึกษากำหนดโดยได้ระดับผลการเรียนดังนี้

                                              18.1.2.1 รายวิชาพื้นฐานทุกรายวิชา ต้องมีระดับผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ( “ 1 ” เป็นอย่างน้อย )

                            18.1.2.2 รายวิชาเพิ่มทุกรายวิชา ต้องมีระดับผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ( “ 1 ” เป็นอย่างน้อย )

                                    18.1.3 ต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามที่สถานศึกษากำหนด และมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน

 ( “” ) ทุกกิจกรรม

                                     18.1.4 ต้องผ่านการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และการเขียนสื่อความ ในทุกระดับชั้น และมีความสามารถผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ( “” )

                                     18.1.5 ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด  ( “” )

18.2 ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้อนุมัติผลการเรียน และการจบหลักสูตรการอนุมัติผลการเรียน หมายถึง การอนุมัติผลการเรียนในแต่ละปี / ภาคเรียน ส่วนการอนุมัติการจบหลักสูตร หมายถึง การผ่านช่วงชั้น โดยจบช่วงชั้นที่ 3 เรียกว่าจบการศึกษาภาคบังคับสามารถออกจากระบบการศึกษาได้ จบช่วงชั้นที่ 4 เรียกว่าจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการอนุมัติผลการเรียน หัวหน้าสถานศึกษาจะต้องกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบนี้

 

หมวดที่ 4

การเทียบโอนผลการเรียน

 

                  ข้อ 19.  การเทียบโอนผลการเรียน  เป็นการนำผลการเรียนซึ่งเป็นความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เรียน ที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาอัธยาศัย มาประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษา แนวดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามระเบียบ ว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียน ดังนี้

19.1 การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน

19.2 ผู้ขอเทียบโอนต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนของโรงเรียน จึงดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนในภาคเรียนแรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน

19.3 จำนวนรายวิชาที่จะรับเทียบโอน และอายุของผลการเรียนที่จะนำมาเทียบโอนให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ทั้งนี้เมื่อเทียบโอนแล้ว ผู้ขอเทียบโอนต้องมีเวลาเรียนอยู่ในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน

19.4 การเทียบโอนผลการเรียนให้นำรายวิชาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มาเทียบโอนผลการเรียนได้ และพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับเทียบโอน

19.5 กรณีการเทียบโอนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน โดยให้มีการประเมินด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย และให้ระดับผลการเรียนตามเกณฑ์การประเมินผลการเรียนของหลักสูตรที่รับเทียบโอน

     ทั้งนี้ในกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ มีประกาศหรือระเบียบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียน ให้สถานศึกษาพิจารณา

      การเทียบโอนผลการเรียนสาระการเรียนรู้ของรายวิชาต้องมีความสอดคล้องกันและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง โดยคณะกรรมการอาจจัดให้มีการประเมิน เพื่อเทียบระดับผลการเรียนให้เป็นไปตามระเบียบการวัดผลประเมินผลนี้

 

หมวดที่ 5

หน้าที่ของสถานศึกษา

 

                ข้อ 20.ให้โรงเรียนจัดให้มีเอกสารวัดและประเมินผล

                                 20.1  เอกสารหลักฐานการศึกษาควบคลุมและบังคับมีดังนี้

                                          20.1.1  ระเบียนแสดงผลการเรียน ( transcript) (ปพ.1)

                                          20.1.2  หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา(ใบประกาศนียบัตร) (ปพ.2)

                                          20.1.3  แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3)

20.2  เอกสารหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนดำเนินการเอง

                                          20.2.1  แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์(ปพ.4)

                                          20.2.2  เอกสารแสดงบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ปพ.5)

                                          20.2.3  เอกสารรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ปพ.6)

                                          20.2.4  ใบรับรอบผลการศึกษา(ปพ.7)

                                          20.2.5  เอกสารระเบียนสะสม(ปพ.8)

                                          20.2.6  เอกสารการเทียบโอน (ปพ.9)

 

 หมวดที่ 6

บทเฉพาะกาล

 

                ข้อ 21. ผู้เรียนที่เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ทั้งช่วงชั้นที่  3  และ 4 ในปีการศึกษา 2545 และเรียนจบในปีการศึกษา 2547 ให้ใช้ระดับผลการเรียน ( เกรด ) เป็น 5 ระดับ

                ข้อ 22.  ผู้เรียนที่เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ทั้งช่วงชั้นที่ 

1 , 3 และ 4 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 และเรียนจบตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 เป็นต้นไป ให้ใช้ระดับผลการเรียน ( เกรด ) เป็น 8 ระดับ ดังนี้

ระดับผลการเรียน

ความหมาย

ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ

4

ผลการเรียนดีเยี่ยม

80 – 100

3.5

ผลการเรียนดีมาก

75 – 79

3

ผลการเรียนดี

70 – 74

2.5

ผลการเรียนค่อนข้างดี

65 – 69

2

ผลการเรียนน่าพอใจ

60 – 64

1.5

ผลการเรียนพอใช้

55 – 59

1

ผลการเรียนเกณฑ์ขั้นต่ำ

50 – 54

0

ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์

0 – 49

 

กฎระเบียบทั่วไป

 

       1.      ระเบียบการมาโรงเรียน

            นักเรียนทุกคนต้องมาโรงเรียนก่อนเวลา  7.45.

            ถ้านักเรียนมาถึงโรงเรียนหลังเวลา  7.50 . หรือเมื่อได้ยินเพลงชาติขึ้นถือว่านักเรียนผู้นั้นมาโรงเรียนสายและต้องลงบันทึกประจำวัน

 

  1. ระเบียบการเข้าแถวเคารพธงชาติ

        -  เมื่อนักเรียนได้ยินเสียงสัญญาณ  นักเรียนทุกคนจะต้องเข้าแถวโดยพร้อมเพรียงกันหน้าเสาธง  เพื่อทำกิจกรรมตามขั้นตอนดังนี้

เข้าแถวหน้าเสาธงร้องเพลงชาติ  และกล่าวดุอาอฺพร้อมกัน

นักเรียนจะต้องเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบและรับฟังคำชี้แจงของครูอมานะห์ประจำวัน

2.3      นักเรียนจะต้องเดินเข้าห้องเรียนเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ

    -   สำหรับผู้ที่มาโรงเรียนสาย

2.4      ต้องยืนเข้าแถวหน้าเสาธงเพื่อร้องเพลงชาติ  และกล่าวดุอาอฺพร้อมกัน

2.5      ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ฝ่ายพัฒนาบุคลิกภาพกำหนดไว้

2.6      นักเรียนจะต้องเดินเข้าห้องเรียนเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ

    -   เวลากลับบ้าน

2.7   นักเรียนจะสามารถกลับบ้านได้หลังจากละหมาดอัสรี่เป็นที่เรียบร้อยน็็็น

  

        3.       แนวปฏิบัติของนักเรียนที่จะออกนอกบริเวณโรงเรียนในระหว่างเวลาเรียน

3.1    นักเรียนจะต้องเขียนคำร้องขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนที่ห้องธุรการ  นักเรียนจะต้องบันทึกชื่อ-นามสกุลสถานที่ที่นักเรียนจะไป  และบันทึกเวลาไป – กลับ พร้อมลายเซ็นครูประจำชั้นและครูอามานะห์ประจำวัน  เพื่อนำมาแลกบัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน

3.2      เมื่อนักเรียนกลับเข้าโรงเรียน  ต้องคืนบัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนและรายงานตัวต่อครูอมานะห์ประจำวัน

 

        4.     การปฏิบัติในห้องเรียน

4.1    นักเรียนต้องรักษาความเป็นระเบียบในห้องเรียน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่หยอกล้อกัน ต้องตั้งใจเรียน และฟังครู-อาจารย์ ด้วยความเคารพ ไม่ลุกจากที่นั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต

4.2      นักเรียนทุกคนมีหน้าที่รักษาความสะอาด  รักษาทรัพย์สินต่าง ๆ ของห้องเรียนให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ

4.3      ห้ามนำวิชาอื่นขึ้นมาทำในคาบที่มิใช่วิชาประจำคาบนั้น ๆ

4.4      ห้ามออกนอกห้องเรียน เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากครูผู้สอน

4.5      ห้ามนำอาหารหรือเครื่องดื่มเข้ามาในห้องเรียนโดยเด็ดขาด

4.6      กรณีที่มีคาบว่างตั้งแต่ 10 นาทีขึ้นไป ให้หัวหน้าห้องแจ้งฝ่ายวิชาการ

4.7      เมื่อครูเข้าห้องเรียนแล้ว นักเรียนที่มาช้าต้องขออนุญาตก่อนเข้าห้อง

 

        5.      ระเบียบการแสดงความเคารพต่อครู-อาจารย์

5.1      นักเรียนต้องให้ความเคารพต่อครู-อาจารย์และบุคลากรของโรงเรียน

5.2      เมื่อครูเดินผ่านให้นักเรียนทุกคนแสดงความเคารพโดยการยืนตรงพร้อมกล่าวคำให้  “สล่าม”

5.3      เมื่อครู- อาจารย์เดินนำหน้านักเรียนให้นักเรียนเดินตามด้วยความเรียนร้อยไม่ควรแซงหน้า ยกเว้นในกรณีจำเป็นเร่งด่วนให้ขออนุญาต ครู-อาจารย์

5.4      เมื่อครู-อาจารย์เดินตามหลังนักเรียนในระยะใกล้ให้นักเรียนหยุดและเปิดทางให้ครูเดินผ่านไปก่อน

5.5       เมื่อผู้มีเกียรติมาเยี่ยมเยียนโรงเรียนนักเรียนต้องแสดงความเคารพตามความเหมาะสม เช่น การกล่าว “สล่าม” หรือการไหว้

5.6        เมื่อครูเข้าห้องให้หัวหน้าห้องบอกทำความเคารพและให้นักเรียนยืนตรง และกล่าว “สล่าม”  เมื่อครู-อาจารย์ออกจากห้องเรียนหัวหน้าห้องบอกทำ ความเคารพอีกครั้งและนักเรียนทุกคนยืนตรงพร้อมกล่าว “สล่าม”

5.7       นักเรียนที่ต้องการพูดกับครู- อาจารย์ต้องยืนตรงด้วยความนอบน้อม

5.8       เมื่อนักเรียนต้องการเข้าห้องพักครู นักเรียนต้องกล่าว“สล่าม” และขออนุญาตก่อนเข้าห้อง

5.9       เมื่อนักเรียนพบครูนอกบริเวณโรงเรียนให้นักเรียนแสดงความเคารพโดยกล่าว “สล่าม”

5.10       เมื่อครู-อาจารย์หรือผู้ใหญ่ให้สิ่งของต้องแสดงความขอบคุณหรือกล่าว “ญ่าซากั้ลลอฮ์”

 

6.        การรับประทานอาหาร

6.1       นักเรียนต้องเข้าแถวซื้ออาหารอย่างเป็นระเบียบ

6.2      ไม่นำอาหารทุกชนิดไปรับประทานในห้องเรียน

6.3      ไม่นำภาชนะออกนอกบริเวณโรงอาหารโดยเด็ดขาด

6.4    เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วให้นำภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มไปวางไว้ในจุดที่โรงอาหารกำหนด

6.5    ต้องรักษามารยาทในการรับประทานอาหารตามแบบฉบับอิสลาม

6.6  ไม่ซื้ออาหาร เครื่องดื่มหรือสิ่งอื่นที่ขายนอกบริเวณโรงเรียนโดยเด็ดขาด ระหว่างเวลา 07.00 – 17.00

 

7.        ระเบียบว่าด้วยการแต่งกายตามระเบียบการของโรงเรียนท่าอิฐศึกษา

7.1  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  ( ชาย  )

-   เสื้อ

เสื้อกุรงแขนสั้นสีขาว คอตั้งผ่าหน้าตลอดติดกระดุม  มีกระเป๋าบนหน้าอกด้านซ้าย 1 ใบและด้านล่างข้างละ1ใบ  ด้านบนขวาปักอักษรย่อ ท...  พร้อมเลขประจำตัว  และปักดาวตามระดับชั้นเหนือตัวอักษรย่อด้วยไหมสีแดง  ส่วนบนซ้ายปักชื่อ – นามสกุลเหนือกระเป๋าด้วยไหมสีแดง

  

-   กางเกง

กางเกงขายาวสีเทาอมฟ้ามีจีบด้านหน้าข้างละ 2 จีบมีหูร้อยเข็มขัด ความยาวปิดตาตุ่ม ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป

-   หมวก

ใช้สีขาวล้วน

-   ทรงผม 

              รองทรงสูง  ไม่มีจอนผม  ด้านข้างและด้านหลังตัดเกรียนตั้งแต่ขอบใบหูลงมาจรดท้ายทอย  ด้านหน้ายาวไม่เกิน  7 เซนติเมตร ไม่ใส่ครีมหรือน้ำมัน ไม่ดัดไม่เซทและไม่ย้อมผม

-   รองเท้า

                ใช้รองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มส้น มีเชือกร้อย  ไม่มีลวดลาย

-   ถุงเท้า

                ใช้สีดำล้วน  ไม่มีลวดลาย 

-   เข็มขัด

                            หนังสีดำ หัวเข็มขัดของโรงเรียน

-   กระเป๋านักเรียน

              นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้ใช้กระเป๋านักเรียนที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น  ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-3 อนุโลมให้ใช้กระเป๋าอื่นได้ แต่ต้องมีสีเดียวกับรูปแบบที่โรงเรียนกำหนดและไม่มีลวดลายหรือสีสันที่ฉูดฉาด             

-   ชุดพละ

                ใช้ตามแบบฟอร์มที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้นปักชื่อ-นามสกุลที่เสื้อและกางเกงด้วยไหมสีแดง

-          ข้อห้าม

§         ห้ามใช้เครื่องสำอาง  เครื่องประดับทุกชนิด  ยกเว้นนาฬิกาข้อมือที่สุภาพ 

§         ห้ามใช้หรือพกพาอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด  ตลอดจนเครื่องเล่นชนิดต่างๆ

 

7.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ( ชาย  )

-   เสื้อ

                เสื้อกุรงแขนยาวสีขาว   คอตั้งผ่าหน้าตลอดติดกระดุม  มีกระเป๋าบนหน้าอกด้านซ้าย 1 ใบและด้านล่างข้างละ1ใบ  ด้านบนขวาปักอักษรย่อ ท...  พร้อมเลขประจำตัว  และปักดาวตามระดับชั้นเหนือตัวอักษรย่อด้วยไหมสีแดง  ส่วนบนซ้ายปักชื่อ - นามสกุลเหนือกระเป๋าด้วยไหมสีแดง

-   กางเกง

               ใช้กางเกงยาวสีกรมท่ามีจีบด้านหน้าข้างละ2 จีบมีหูร้อยเข็มขัด  ความยาวปิดตาตุ่ม  ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป

-   ทรงผม 

                ตัดรองทรงสูง  ไม่มีจอนผม  ด้านข้างและด้านหลังตัดเกรียนตั้งแต่ขอบใบหูลงมาจรดท้ายทอย  ด้านหน้ายาวไม่เกิน  7  เซนติเมตร ไม่ใส่ครีมหรือน้ำมัน  ไม่ดัดไม่เซทและไม่ย้อมผม

-   หมวก

                ใช้สีขาวล้วน

-   รองเท้า

                ใช้รองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มส้นทุกชนิดมีเชือกร้อย  ไม่มีลวดลาย

-   ถุงเท้า

                ใช้สีดำล้วน  ไม่มีลวดลาย 

-   เข็มขัด

              หนังสีดำ หัวเข็มขัดของโรงเรียน                                                                      

-   กระเป๋านักเรียน

               นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้ใช้กระเป๋านักเรียนที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น  ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 อนุโลมให้ใช้กระเป๋าอื่นได้  แต่ต้องมีสีเดียวกับรูปแบบที่โรงเรียนกำหนดและไม่มีลวดลายหรือสีสันที่ฉูดฉาด            

-   ชุดพละ

                ใช้ตามแบบฟอร์มที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้นปักชื่อ-นามสกุลที่เสื้อและกางเกงด้วยสีแดง

-          ข้อห้าม

§         ห้ามใช้เครื่องสำอาง  เครื่องประดับทุกชนิด  ยกเว้นนาฬิกาข้อมือที่สุภาพ 

§         ห้ามใช้หรือพกพาอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด  ตลอดจนเครื่องเล่นชนิดต่างๆ

   

7.3 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (หญิง)

-   เสื้อ

เสื้อแขนยาวสีขาว  ไม่รัดรูป  รูดปลายแขนมีขอบกว้างประมาณ 4  ซม.  คอปกบัวผ่าหน้าตลอด  ติดกระดุม  ความยาวเหนือหัวเข่าประมาณ  5 นิ้ว

-   กระโปรง

                กระโปรงสีเทาเข้มทรงตรง ไม่รัดรูป  จับทวิสด้านหน้า 2 จีบ ด้านหลัง  2 จีบ  ความยาวคลุมข้อเท้า

-   ผ้าคลุมศีรษะ

                ใช้ผ้าคลุม( ฮิญาบ ) สีเทาฟ้าอ่อน  ความยาวปิดหัวไหล่ทั้งสอง 3-5 นิ้ว โดยประมาณ  ปักอักษรย่อ ... พร้อมเลขประจำตัวและดาวตามระดับชั้นเหนืออักษรย่อด้านขวามือ  ส่วนด้านซ้ายมือให้ปักชื่อ-นามสกุลด้วยไหมสีแดง

-  รองเท้า

รองเท้าหนังสีดำ  ไม่มีลวดลาย

 

-   ถุงเท้า

                ถุงเท้าสีขาวล้วนหรือสีขาวพื้นสีเทา

-   กระเป๋านักเรียน

              นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้ใช้กระเป๋านักเรียนที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น  ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-3 อนุโลมให้ใช้กระเป๋าอื่นได้  แต่ต้องมีสีเดียวกับรูปแบบที่โรงเรียนกำหนดและไม่มีลวดลายหรือสีสันที่ฉูดฉาด            

-          ชุดพละ

ใช้ตามแบบฟอร์มที่โรงเรียนกำหนด

-   ข้อห้าม

§         ห้ามใช้เครื่องสำอาง  เครื่องประดับทุกชนิด  ยกเว้นนาฬิกาข้อมือที่สุภาพ 

§         ห้ามใช้หรือพกพาอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด  ตลอดจนเครื่องเล่นชนิดต่างๆ

7.4  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  (หญิง)

-   เสื้อ

เสื้อแขนยาวสีขาว  ไม่รัดรูป  รูดปลายแขนมีขอบกว้างประมาณ 4  ซม.  คอปกบัวผ่าหน้าตลอด  ติดกระดุม  ความยาวเหนือหัวเข่าประมาณ  5 นิ้ว

-   กระโปรง

                กระโปรงสีกรมท่าทรงตรง จับทวิสด้านหน้า 2 จีบ ด้านหลัง  2 จีบ  ไม่เข้ารูปความยาวคลุมข้อเท้า

-   ผ้าคลุมศีรษะ

                ใช้ผ้าคลุม  ( ฮิญาบ ) สีกรมท่า  ความยาวปิดหัวไหล่ทั้งสอง 3-5 นิ้ว โดยประมาณ  ปักอักษรย่อ ... พร้อมเลขประจำตัวและดาวตามระดับชั้นเหนืออักษรย่อด้านขวามือ  ส่วนด้านซ้ายมือให้ปักชื่อ-นามสกุลด้วยไหมสีแดง

-   รองเท้า

รองเท้าหนังสีดำ  ไม่มีลวดลาย

-   ถุงเท้า

                ถุงเท้าสีขาวล้วนหรือสีขาวพื้นสีเทา

-   กระเป๋านักเรียน

              นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้ใช้กระเป๋านักเรียนที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น  ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 อนุโลมให้ใช้กระเป๋าอื่นได้  แต่ต้องมีสีเดียวกับรูปแบบที่โรงเรียนกำหนดและไม่มีลวดลายหรือสีสันที่ฉูดฉาด            

-   ชุดพละ

     ใช้ตามแบบฟอร์มที่โรงเรียนกำหนด

-   ข้อห้าม

§         ห้ามใช้เครื่องสำอาง  เครื่องประดับทุกชนิด  ยกเว้นนาฬิกาข้อมือที่สุภาพ 

§         ห้ามใช้หรือพกพาอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด  ตลอดจนเครื่องเล่นชนิดต่างๆ

 

 

ระเบียบโรงเรียนท่าอิฐศึกษาว่าด้วยวินัยนักเรียน พ.. 2550

 

   1.      การแต่งกายให้ปฏิบัติตั้งนี้

1.1              แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย  ตามระเบียบการแต่งกายของโรงเรียน

1.2              รักษาเครื่องแต่งกายให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ

1.3              รักษาร่างกายให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ

1.4              ไม่สวมใส่เครื่องประดับ ของมีค่า หรือเครื่องประดับมาโรงเรียน

1.5              ในกรณีที่นักเรียนถูกยึดอุปกรณ์สื่อสารหรือเครื่องเล่นทุกชนิด  ทางโรงเรียนขอสงวนสิทธิในการคืน

                                ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น  โดยจะดำเนินการแปลงสินทรัพย์เหล่านั้นเป็นทรัพย์สินของโรงเรียนท่าอิฐศึกษา

 

2.     นักเรียนต้องประพฤติตนเป็นสุภาพชน ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน  ดังนี้

2.1              เป็นผู้มีภูมิธรรม ภูมิรู้ และภูมิฐาน

2.2              มีความสุภาพ อ่อนน้อมทั้งกาย วาจา ให้สมกับเป็นผู้มีการศึกษา

2.3              แสดงความเคารพต่อครู-อาจารย์  และผู้มีอุปการะคุณ

2.4              มีความซื่อสัตย์ สุจริตต่อตนเองและผู้อื่น

2.5              หมั่นฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีวินัย ตรงต่อเวลา ไม่มาโรงเรียนสาย และเข้าห้องเรียนสาย

2.6              ต้องเข้าแถวเคารพธงชาติ และขอดุอาอฺ ตามเวลาที่โรงเรียนกำหนด   ด้วยความตั้งใจ สำรวมและศรัทธา

2.7              ห้ามเล่นการพนันทุกชนิด

2.8              ห้ามสูบบุหรี่  ดื่มสุราและสิ่งเสพติดทุกชนิด

2.9           ละเว้นการคบเพื่อนที่มีความประพฤติไม่ดี  ซึ่งนำความเสื่อมเสียมาสู่ตนเอง  ครอบครัว และโรงเรียน

2.10       ไม่ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนทุกชนิด  หากผู้ใดกระทำความเสียหาย  ผู้นั้นจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย

            ทั้งหมด  พร้อมกับมีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนด้วย

2.11        ช่วยรักษาความสะอาดของโรงเรียน  ทั้งภายในและภายนอกบริเวณโรงเรียน  เช่น  อาคารเรียน ห้องเรียน  

     ห้องน้ำ โต๊ะเก้าอี้  ตลอดจน บริเวณรอบ ๆ รั้วโรงเรียน

2.12      ต้องช่วยกันประหยัดน้ำ  ไฟฟ้า  และวัสดุ คุรุภัณฑ์ของโรงเรียน

2.13      ห้ามนักเรียนเก็บหนังสือหรืออุปกรณ์การเรียนไว้ในห้องเรียนหลังเลิกเรียนอย่างเด็ดขาด

2.14      ห้ามขีดเขียนบนโต๊ะเรียนและผนังห้องเรียนอย่างเด็ดขาด

  

  1. ประเภทของความผิด  การกระทำความผิดข้อบังคับว่าด้วยวินัยนักเรียน   มี  2  ระดับ  ดังนี้

 

3.1  ความผิดสถานเบา

ประเภท

แนวทางปฏิบัติ

การหักคะแนน

-   หลบเลี่ยงการเรียน

-   ขาดเรียนโดยไม่มีสาเหตุ

-   มาโรงเรียนสาย โดยไม่สมควรแก่เหตุ

-   แสดงกิริยาวาจา  หยาบคาย

-   ประพฤติตนไม่เรียบร้อย

-  ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของครู,อาจารย์

-    แต่งกายผิดระเบียบ

-   ไม่มีหนังสือ / อุปกรณ์การเรียน

 

-  ว่ากล่าวตักเตือน

-  ลงโทษ

-  หักคะแนน

-  เชิญผู้ปกครองให้รับทราบ

-   ทำทัณฑ์บน

 

 

 

5-30 คะแนน

 

 

 

 

3.2  ความผิดสถานหนัก

ประเภท

แนวทางปฏิบัติ

การหักคะแนน

-   พกพาหรือครอบครองสื่อลามก อนาจาร

-   ชู้สาว

-   ทุจริตการสอบ

-   ลักทรัพย์

-   ทำร้ายร่างกายผู้อื่น

-   พกพาอาวุธมาโรงเรียน

-   เล่นการพนัน

-   สูบบุหรี่

-   ดื่มสุรา  เสพหรือครอบครองสิ่งเสพติด

-   ก่อการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง

-   ลบหลู่ดูหมิ่น  ก้าวร้าวครู-อาจารย์

-   ทำลายทรัพย์สินส่วนรวมโดยเจตนา

-   รีดไถ  กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น

-   การทำความผิดและถูกตักเตือนอันเป็นนิจสิน 

 

 

 

 

-  ลงโทษ

-  หักคะแนน

-  เชิญผู้ปกครอง

   รับทราบ

-   ทำทัณฑ์บน

-  พักการเรียน   

 

 

 

 

 

 

30-100 คะแนน

 

 

 

 

 

 

 

 

4.     บทลงโทษ

4.1          การกระทำความผิดสถานเบาตามข้อบังคับว่าด้วยวินัยนักเรียน พ.ศ.2550  ครูทุกคนมีอำนาจที่จะสั่งสอนตักเตือน ให้ทำกิจกรรม ตัดคะแนนหรือลงโทษนักเรียนที่กระทำผิด   โดยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและรายงานตามขั้นตอนที่กำหนด

4.2          การกระทำความผิดสถานหนัก  การพิจารณาโทษให้อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการฝ่ายพัฒนาบุคลิกภาพ  โดยมีการบันทึกความผิดเป็นลายลักษณ์อักษรและรายงานรองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อพิจารณาโทษต่อไป             

       4.3      หากมีนักเรียนกระทำความผิดสถานหนักเป็นนิจสิน  การพิจารณาโทษให้อยู่ในการพิจารณาของรอง 

                ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเพื่อนำเสนอผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาดังนี้

-    พักการเรียนครั้งละไม่เกิน  7   วัน หรือจนกว่านักเรียนจะปรับปรุงตนเองดีขึ้น

-    ให้ออกจากโรงเรียน

view(18347)